ถ้าจะย้อนคิดถึงห้องเรียนแบบเก่า โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นห้องที่ประกอบด้วยโต๊ะเรียน เก้าอี้ที่เรียงเป็นแถว การเรียนการสอนก็จะมีครูยืนอยู่หน้าชั้นเรียนและมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้หรือเนื้อหาต่างๆให้กับผู้เรียน ในขณะที่ผู้เรียนก็นั่งฟัง ตามแนวความคิดนี้ครูผู้สอนจะเป็นผู้ที่ดำเนินการกำกับควบคุมการวางแผนในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนรวมถึงการประเมินผล ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการสอนที่ผู้เรียนจะสามารถรับข้อมูลได้ไม่ดีมากนัก และในบางครั้งอาจเป็นการเรียนโดยวิธี "เน้นทักษะการจดจำ" หรือท่องจำอย่างเดียวเท่านั้น
ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เราอย่างมาก และจะทวีความสำคัญยิ่งขึ้น “การศึกษาจึงต้องเป็นพลวัตร”นั่นคือ ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันและสอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของชาติและสังคมโลกอยู่ตลอดเวลาซึ่งสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ บุคคลที่จะอยู่รอดในสังคมอย่างมีความสุขจะต้องเป็นผู้มีประสิทธิภาพของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องรู้จักคิด รู้จักทำเป็น รู้จักแก้ปัญหาได้และปฏิบัติในวิถีทางที่ถูกต้องเหมาะสม จึงจำเป็นต้องให้การศึกษาที่มีคุณภาพโดยจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ เทคโนโลยีและสารสนเทศต่างๆ ให้เป็นประโยชน์
![]() |
| http://enggwarissara.blogspot.com/ |
ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมและการศึกษา ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ในที่นี้จะ กล่าวถึงผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ เฉพาะที่มีต่อระบบการศึกษา ทั้งในและนอกระบบ ดังจะเห็นได้จากความรวดเร็วในการติดต่อ สื่อสารตลอดจนความสามารถที่เข้าถึงข้อมูล ข่าวสารโดย เฉพาะการขยายตัวของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นระบบ ซึ่งเป็นระบบซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่อาศัยระบบดิจิตอล ซึ่งสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่มีข้อจำกัดได้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ของครูและนักเรียน ตลอดจนระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนและการศึกษากับการรู้จักใช้ทรัพยากรด้านการศึกษาและเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นเครื่องมือเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลต่อระบบการศึกษาและวิธีการเรียนการสอนในอนาคตทำให้เกิดแนวทางใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการศึกษารูปแบบเดิมดังนี้
ผลกระทบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อวิธีการเรียนการสอน
ผู้เรียนจะเรียนเมื่อต้องการเรียนเท่านั้น กล่าวคือ ผู้เรียนสามารถเลือกวิชา เวลา สถานที่ ได้ตามความสนใจโดยไม่ต้องมีตารางเรียน ไม่จำเป็นต้องเข้าชั้นเรียนและสามารถเลือกศึกษาตามเรื่องที่ตนอยากรู้ ซึ่งอาจเลือกเรียนรู้ด้วยตนเองเพียงลำพัง หรือเรียนรู้พร้อม ๆ กับผู้อื่นที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันก็ได้
การเรียนรู้จะเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ทั่วโลกโดยไม่มีขีดจำกัด กล่าวคือ ผู้เรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยระบบออนไลน์ทั่วโลก เช่น สามารถเรียนรู้ได้จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
การเรียนรู้จะเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวคือ รูปแบบการเรียนรู้ และเป้าหมายของการศึกษาได้เปลี่ยนไปจากเดิมเช่น ผู้เรียนเคยมุ่งหวังปริญญาบัตรจากการเรียนเพียงเพื่อเป็นใบรับรองวุฒิในการ ทำงาน เพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนต้องการเท่านั้น แต่แนวโน้มในปัจจุบันและอนาคต ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาและมีอาชีพแล้วยังสามารถเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมใน สาขาที่สัมพันธ์กับหน้าที่การงานที่ตนปฏิบัติในการนำมาสู่การพัฒนางาน พัฒนาคน และพัฒนาสังคมอีกด้วย
ผลกระทบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อบทบาทของครู
ครูเปรียบเสมือนที่ปรึกษา กล่าวคือ หน้าที่และบทบาทของครูผู้สอนจะเปลี่ยนจากการบรรยายหน้าชั้นเรียนเพียงอย่างเดียวมาเป็นการกล่าวนำเข้าสู่บทเรียนและทำหน้าที่เป็นเพียงผู้แนะนำ ให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาให้แก่ผู้เรียนเท่านั้น
ความหลากหลายของวิชาชีพในการสอน กล่าวคือ การสอนด้วยคอมพิวเตอร์โดยผ่านเครือข่าย (Network) ทำให้ครูผู้สอนมีหน้ารับบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะผู้เรียนมีความสามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจระหว่างผู้เรียนและผู้สอนได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในชั้นเรียนเสมอไปรูปแบบการเรียนการสอนจึงเป็นแบบส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น ซึ่งรูปแบบนี้ครูคนเดียวสามารถแนะนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยววิชาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนนั้น ๆ ได้ ดังตัวอย่าง เช่น ครูผู้สอนเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์พื้นฐานก็สามารถให้คำแนะนำวิธี การใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐานให้แก่ผู้เรียนเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนก็จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาของตนได้หลายสาขา วิชาจากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศไม่เพียงแต่มี ผลกระทบต่อระบบการเรียนซึ่งหมายถึงการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ต้องคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเองได้ เท่านั้น หากมีผลกระทบถึงบทบาทและหน้าที่ของครูผู้ทำการสอนอีกด้วย
ดังนั้นจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ “การถ่ายทอดความรู้จากครู” มาสู่ “การเน้นผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง” โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือสร้างความรู้ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือสื่อมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการสอน หรือการถ่ายทอดโดยครูผู้สอน หรือสื่อการสอนมาสู่การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางที่ให้ความสำคัญต่อการ เรียนรู้ของผู้เรียน โดยผ่านการปฏิบัติ ลงมือกระทำด้วยตนเอง การพัฒนาศักยภาพทางการคิด ตลอดจนการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนวางแผน ดำเนินการ และการประเมินด้วยตนเอง
![]() |
| http://www.learners.in.th/blogs/posts/424248 |
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างรวดเร็วมีผลกระทบต่อระบบการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเทคโนโลยีมีส่วนช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเรียนรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น บทเรียนสำเร็จรูป บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มัลติมีเดีย การจัดการศึกษาทางไกลการสืบค้นข้อมูลจากออนไลน์รูปแบบ ต่าง ๆ นอก จากนี้สื่อยังช่วยตอบสนองการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่มีความแตกต่างระหว่างบุคคลและชุมชน ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ โดยนำเอาสื่อช่วยสอนมาใช้ นอกจากนี้แนวโน้มของสื่อเทคโนโลยี ต่าง ๆ จะมีขนาดเล็กลงมีราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารมาก ยิ่งขึ้นตลอดจนมีบทบาทต่อระบบการศึกษาทั้งในและนอกระบบ ในการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด
![]() |
| http://socialtht.blogspot.com/2011/01/blog-post_834.html |






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น